PRTR ต่างจากการรายงานข้อมูลผลการวิเคราะห์คุณลักษณะน้ำเสีย อากาศเสียที่โรงงานจัดส่งให้กับหน่วยงานราชการอย่างไร
  - เป็นการรายงานข้อมูลของสารมลพิษแต่ละชนิดที่มีการปลดปล่อยสู่ตัวกลางสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อากาศ ดิน น้ำ
- รายงานข้อมูลเป็นปริมาณ หรือ loading ต่อระยะเวลาการปลดปล่อย ส่วนใหญ่จะกำหนดรอบการรายงานทุกปี เช่น
   กิโลกรัม/ปี ไม่ใช่รายงานเป็นความเข้มข้น (มก/ลิตร, มก/ลบ.ม.)
- โรงงานที่ต้องรายงานข้อมูลต้องเป็นไปตามเงื่อนไข/เกณฑ์ ที่กำหนดเท่านั้น
- ข้อมูลที่รายงานดังกล่าวจะมีการเผยแพร่สู่สาธารณชน
   
  ตัวกลางสิ่งแวดล้อมหมายถึงอะไร และ มีอะไรบ้าง
  ตัวกลางสิ่งแวดล้อมในที่นี้หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่รองรับมลพิษทันทีที่ถูกปลดปลดปล่อยออกจากแหล่งกำเนิด อาทิ แหล่งน้ำต่างๆ ทั้ง น้ำทะเล แม่น้ำ ลำคลอง
น้ำใต้ดิน ดิน อากาศ ทั้งนี้ขึ้นกับขอบเขตของการรายงานข้อมูล PRTR ของแต่ละประเทศ ว่ากำหนดตัวกลางสิ่งแวดล้อมใดบ้าง บางประเทศอาจกำหนดให้มี
การรายงานข้อมูลเพียงอากาศ และ น้ำ บางประเทศกำหนดให้มีการรายงานข้อมูลการปลดปล่อยสู่ อากาศ ดิน น้ำ และ น้ำใต้ดิน สำหรับประเทศไทย
กำหนดตัวกลางสิ่งแวดล้อมเฉพาะ อากาศ ดิน และน้ำ
   
  ข้อควรทราบเกี่ยวกับข้อมูล PRTR
  การนำข้อมูล PRTR ไปใช้ประโยชน์ ผู้ใช้ข้อมูล PRTR ควรคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้
  • ข้อมูล PRTR มิได้สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณการปลดปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดทุกประเภท รวมทั้งมิได้สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณการปลดปล่อยมลพิษ
    จากสถานประกอบการที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบ PRTR
  • ข้อมูล PRTR มิได้กำหนดให้ต้องรายงานข้อมูลมลพิษทุกชนิด จึงมิได้สะท้อนให้เห็นถึงการปลดปล่อยมลพิษอื่นที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบ PRTR
  • ปริมาณมลพิษที่ปลดปล่อยไม่สามารถบ่งบอกได้ว่ามลพิษ/สารเคมีดังกล่าวเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด เนื่องจาก
    มลพิษ/สารเคมีแต่ละชนิด มีความแตกต่างทั้งความเป็นพิษและศักยภาพในการก่อให้เกิดพิษ ดังนั้น มลพิษ/สารเคมีบางชนิดที่ถูกปลดปล่อยในปริมาณมาก
    อาจมีความเป็นพิษหรือเป็นอันตรายน้อยกว่า มลพิษ/สารเคมีที่ปลดปล่อยในปริมาณน้อยแต่มีความเป็นพิษมากกว่า
  • ปริมาณที่ปลดปล่อยมิได้บ่งบอกถึงปริมาณหรือระดับของมลพิษที่จะได้รับเข้าสู่ร่างกาย การได้รับมลพิษ/สารเคมี อาจเพิ่มมากขึ้นหรือระยะเวลานานขึ้น
    หากมลพิษสามารถคงสภาพอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน ดังนั้น สารมลพิษที่มีความเป็นพิษสูงและคงทนในสิ่งแวดล้อมได้นาน แม้ว่าจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย
    อาจก่อให้เกิดปัญหาอย่างรุนแรงและมากกว่าสารมลพิษที่ถูกปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมากแต่สามารถเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของสารมลพิษ
    ที่มีความเป็นพิษน้อยได้ง่ายกว่าหรือรวดเร็วกว่า ตัวอย่างเช่น สารเมทานอล สามารถย่อยสลายโดย จุลินทรีย์ให้อยู่ในรูปของสารที่มีความเป็นพิษน้อย
    ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่สารปรอท สามารถสะสมในสิ่งมีชีวิตและมีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นตามระดับของสิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อาหาร จึงอาจทำให้มนุษย์
    มีโอกาสที่จะได้รับสารปรอทมากขึ้น เป็นต้น
  • ข้อมูล PRTR เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ประเมินถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากสารมลพิษได้ เนื่องจาก ปัจจัยที่
    สารมลพิษจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมีความหลากหลายจึงต้องนำปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาด้วย
    อาทิ ความเป็นพิษ (toxicity) อัตราการเปลี่ยนแปลงของมลพิษในสิ่งแวดล้อม เช่น ลักษณะการแพร่กระจาย การสลายตัวและปริมาณที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม
    ความจำเพาะของสภาพพื้นที่ของสิ่งแวดล้อม (อากาศ ดิน น้ำ) ที่รองรับสารมลพิษ โอกาสที่มนุษย์จะได้รับสารมลพิษเข้าสู่ร่างกาย เส้นทางของมลพิษที่เข้าสู่
    ร่างกาย อายุ เพศ น้ำหนัก ระยะเวลา เป็นต้น