PRTR มีความเป็นมาอย่างไร
  แนวคิดในการจัดทำ PRTR เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นที่โรงงานยูเนี่ยนคาร์ไบด์ที่เมืองโบพาล ประเทศอินเดีย
เมื่อปี พ.ศ. 2527 และเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลใน รัฐเวสท์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้คนงานและชุมชนที่มีโรงงานตั้งอยู่ใกล้เคียง ต่างเรียกร้องให้
โรงงานเปิดเผยข้อมูลการใช้สารเคมีอันตรายให้กับสาธารณชนได้รับทราบ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้ออกกฎหมาย Emergency Planning and Community Right-to-Know Act (EPCRA) ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้
มีการจัดทำแผนฉุกเฉินและลดผลกระทบอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ และเพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการปลดปล่อยสารเคมีจากโรงงาน
ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนต่างๆ จากการจัดทำ Toxic Release Inventory (TRI) และระบุถึงปริมาณการปลดปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ น้ำ ดิน
และการขนส่งของเสียออกนอกสถานประกอบการเพื่อกำจัด โดยมีการรายงานข้อมูลการปลดปล่อยสารเคมีมากกว่า 600 ชนิด

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (The United Nations Conference of Environment and Development: UNCED)
หรือ การประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมโลก (Earth Summit) ณ นครริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล ในปี พ.ศ. 2535 ประเทศต่างๆ ได้ร่วมลงนามรับรอง
ในแผนปฏิบัติการที่ 21 ซึ่งเป็นแผนแม่บทระดับโลกสำหรับการดำเนินงานที่จะทำให้การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

โดยเนื้อหาของแผนปฏิบัติการที่ 21 ในหลักการ (Principle) ที่ 10 ระบุว่าบุคคลควรมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงวัตถุอันตราย
และมีโอกาสในการร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และแต่ละประเทศควรส่งเสริมความตระหนักและการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยให้ประชาชนรับรู้
ข้อมูลข่าวสารให้มากที่สุด และในเนื้อหาบทที่ 19 ได้กล่าวถึงการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์
บทบาทของภาครัฐในการป้องกันการเกิดมลพิษ

ทั้งนี้ องค์กรภายใต้องค์การสหประชาชาติ เช่น UNEP, UNITAR, ILO, OECD, WHO รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ ได้สนับสนุน
และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ มีการจัดทำ Emission Inventories ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้คำว่า Pollutant Release and Transfer Registers หรือ PRTR